สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันมาอัพบล็อกของฉันอย่างล่าช้า.......ทั้งๆที่ใจของฉัน

อยากจะอัพให้มันไวๆใจจะขาดตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 49 ที่ได้รับเมลล์จากพี่ๆที่เเสนดี

ที่อยากติดตามอ่านหนังสือของฉัน โดยการอุดหนุนหนังสือ

พร้อมกับลายเซ็นของฉันในหนังสือ

ขอขอบคุณกำลังใจจากพี่ดล

ขอขอบคุณกำลังใจจากพี่เจษนะคะ

ช่วงนี้เน็ทไม่ค่อยดีเลย ฝนมันตก เน็ทก็อืดดดด อัพอะไรไปหายไปหมดเป็น2-3รอบ

ทั้งๆที่พิมพ์ไว้ในNotepad แต่ก็ยังส่งขึ้นบล็อกมะได้

อดพิมพ์อะไรต่อมิอะไรมากมายเลยค่ะ....

อย่างแรกขอชี้แจงเมนต์ของพี่ฉาวอำที่บอกว่า

"ถึงขนาดคุณหมอเองยังทำนายไว้ว่าชีวิตของเธอไม่สามารถผ่านพ้นวัยทีนเอจไปได้"

ต้องขอขอบคุณพี่สาวอำมากค่ะที่ได้อ่านหนังสือของหนู เย้ๆ

หนูขอรับคำวิจารณ์ไว้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

....อืมส์....ตรงที่พี่ฉาวอำบอกว่าบรรณาธิการเขียนไปในทางทำร้ายคุณหมอ ตรงนี้......

ในตอนนั้น คุณหมอโรคเลือดพูดอย่างงี้จริงๆกับเเม่ของขวัญค่ะ

ทำให้แม่ของขวัญ อึ้งและเสียใจมาก

จนร้องไห้อุ้มขวัญวิ่งออกจากโรงพยาบาลมาถึงบ้านตัวเองได้อย่างไรก็ไม่ทราบค่ะ

คุณแม่และคุณยายเล่าให้ขวัญฟัง

และตอนนั้น เมื่อ 24 ปีที่เเล้ว โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

มีเนื้อหาในหนังสือสุขภาพแค่3-4บรรทัดเองค่ะ

ในแง่ที่ว่า เด็กเป็นโรคเลือดต้องเติมเลือดตลอดชีวิต ตับ และม้ามจะโต ซีดเหลือง

จนเกิดภาวะดีซ่านสำหรับปัจจุบันตอนนี้ผู้ป่วยธาลัสซีเมียเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินE

แบบขวัญและน้องสาวในอดีต หากเป็นผู้หญิงจะมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมากจนมาถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

แต่ถึงอย่างไร การมีชีวิตที่ยืนยาวจนถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะชีวิตนี้ขวัญคิดว่ามีความหวังที่ว่า

สักวันหนึ่ง เราจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

มีกำลังใจที่เข้มแข็ง มีพลังและรอยยิ้มเพื่อยิ้มสู้กับเรื่องต่างๆ ตลอดจน

ได้รับกำลังที่ดีๆจากคุณแม่ และครอบครัว จากทุกๆคน ตลอดจนผู้ที่เมตตาผู้ป่วย

อย่างคุณหมอทุกท่าน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการห้องเลือดที่ทำงานอย่างมีคุณภาพให้ผู้ป่วยโรคเลือดและผู้ป่วยทุกคนได้รับเลือดที่ดีๆไม่มีภาวะเเทรกซ้อน

ตลอดจนอาชีพคุณหมอที่เป็นงานสร้างกุศลเพื่อช่วยชีวิตคนให้อยู่รอดค่ะ

นอกจากนี้ต้องขอขอบพระคุณพี่หมอก้อง highwind ~Medical Fantasy~

ที่ได้อ่านเรื่องราวของ นางสาวธาลัสซีเมีย

แล้วนำมาเขียนบอกเล่าเรื่องราวของหนังสือของขวัญใน

http://highwind.exteen.com/20060715/entry

[นางสาวธาลัสซีเมีย]...เติมวัคซีนให้ชีวิต

ซึ่งขวัญต้องขอขอบพระคุณจากใจนะคะ

จากบทหนึ่งของEntryพี่ก้อง

....................

จนในที่สุดผมก็ได้เจอหนังสือเล่มนี้-วัคซีนที่ผมถูกใจ "นางสาวธาลัสซีเมีย"

.....................

ความเป็นจริงในชีวิตของมนุษย์ก็คือ เราไม่สามารถหลีกหนีสิ่งเลวร้ายที่คอยเข้ามาก่อความทุกข์ระทมในหัวใจไปได้ แต่ในขณะเดียวกันธรรมชาติก็ได้สร้างสรรค์สิ่งสวยงามมากมายขึ้นเพื่อเป็นพลังให้เราก้าวไปสู่วันใหม่

หากเรามัวแต่หนีความจริง ไม่กล้าเผชิญปัญหาและโรคภัยไข้เจ็บเมื่อเราเกิดความท้อแท้ เราก็จะท้อแท้อยู่อย่างนั้น จิตใจเราก็จะกังวลตลอดเวลา รวมทั้งยังปิดกั้นที่จะยอมรับสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเรา และแม้ว่าจะมีผู้คนยื่นมือมาช่วยเหลือมากมายมาย แต่ถ้าเราสิ้นหวังเราก็จะปฏิเสธความหวังดีและไม่มีเยื่อใยต่อสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเรา เพราะความเศร้าหมองจะบดบังทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนเวลาที่เราร้องไห้ น้ำตาจะทำให้นัยน์ตาเราพร่าเลือนมองอะไรก็มัวไปหมด (ข้อความจากในหนังสือ)

เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขและมีคุณค่า?

เลือกที่จะหนีความจริง โดยการปิดตาปิดใจของตนและจมปลักอยู่กับความทุกข์ รวมไปถึงการจบชีวิตตัวเองลงอย่างน่าเศร้า?

คุณเลือกได้ครับ...................

*

*

ในฐานะผู้อ่าน...ผมรู้สึกได้ถึงอารมณ์อันหลากหลายที่ได้รับ ทั้งทุกข์เศร้าจนน้ำตาซึม และสุขล้นจนอดอมยิ้มไว้ไม่ได้ ขอบคุณสำหรับข้อเขียนดี ๆ ครับ

ในฐานะคนทั่วไปที่ชีวิตยังเดินต่อไป...ผมรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ขอบคุณสำหรับกำลังใจในชีวิตครับ

ในฐานะนักศึกษาแพท