
เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน
เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป ...

วันอังคาร ฉันได้รับการรักษา คือการเติมเลือด ฉันได้รับเลือด ลิคัวร์ไซ้ซ์พัวบลัด ซึ่งเป็นเลือดพิเศษ ที่ได้มาจากกรรมวิธีการกรองเม็ดเลือดขาวออกให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะไม่มีอาการเเพ้เลือดที่ได้รับจากการเติมเลือด

ฉันยังจำได้ดีตั้งเเต่เด็กๆที่ฉันเติมเลือด1ถุง แต่พอเลือดใกล้จะหมดก็จะมีอาการเเพ้เลือดทุกครั้ง คือ หนาวสั่น มีไข้ ต้องห่มผ้าหนาๆ มีกระเป๋าน้ำร้อนวางข้างๆให้กอดก็ไม่หายหนาว ต้องฉีดยา ถึงจะค่อยยังชั่ว นอกจากนี้ ยังต้องกินยาเเก้แพ้ เม็ดสีเหลืองๆก่อนให้เลือด พอให้เลือดเสร็จฉันก็ กินอะไรไม่ได้ นอนอยู่ในบ้าน และอาเจียนตลอดเวลา ทานได้เเค่โจ๊ก และต้องฝืนทนจนหลับไปให้ถึงพรุ่งนี้ และเมื่อตื่นขึ้น ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพปรกติ อดทนอย่างนี้ตลอด
จนมาถึงปัจจุบัน ที่ต้องเติมเลือดกรุ๊ป โอ โดยใช้เซ็ทกรองเลือดพิเศษSpetcell ที่ มีนาคา 1500 บาท และ เบิกไม่ได้ เพื่อที่จะกรองเลือดลิคัวร์ไซ้ซ์พัวบลัด อีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้เเพ้เลือด เเละฉีดยา Dexza เข้าเส้นเลือด ก่อนให้เลือด เพื่อไม่ให้เเพ้เลือด

....แต่ว่า ถึงอย่างไร ก็มีอาการตามมา คือ ปวดกระดูกสันหลัง เมื่อย อยากอาเจียน เป็นผลของการให้เลือด การให้เลือดมาตั้งแต่ฉันอายุ 3 เดือน คงบอกไม่ได้ว่าเติมเลือดกี่ถุงแล้ว
รู้แต่ว่า ฉันจะต้องได้รับเลือดจากผู้ใจบุญ มาต่อชีวิตของฉันเรื่อยๆ เลือดที่ไหลวนไหนตัวฉัน เป็นเลือดของ ผู้คนที่มีจิตใจงดงาม และผู้ที่เสียสละ
อยากขอบคุณทุกๆคนนะคะ ที่ได้เดินเข้าไปบริจาคเลือด เเละ อยากบริจาคเลือด.
![]()
......ฉันพูดอะไรไม่ออก หลังจากไปเชียงใหม่ ในวันพฤหัส หลังจากเติมเลือด ฉันไปหา คุณหมอ ต่อพงศ์ สงวนเสริมศรี อาจารย์หมอที่ฉันเคารพรัก คุณหมอที่มีความกรุณาต่อคนไข้ธาลัสซีเมียทุกคน ท่านเป็นหมอที่เป็นคุณหมอพ่อพระ ท่านเปิดโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยธาลัสซีเมีย แถวย่านศานติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ในโรงพยาบาล จะมีคนไข้ หรือ เด็กธา มารักษา และนอนโรงพยาบาลเพื่อ ล้างท่อประปา นั่นคือการ ฉีดยาขจัดธาตุเหล็กเพื่อขจัดธาตุเหล็กชนิดเข้มข้น ที่เส้นเลือดดำ กระปุกน้ำยาเดสฟิรอล และสายน้ำเกลือจะคาตลอด 24 ช.ม. เป็นภาพที่ชวนให้สลดหดหู่ ไม่ว่าจะเป็นน้องๆตัวเล็กๆ น้อยกว่า 5 ขวบ
และเลย5ขวบขึ้นไป
....................เป็นการรักษาโรคธาลัสซีเมียที่สำคัญ คือ การเอาธาตุเหล็กที่สะสมกับเลือดที่เติมออก ต้องทำตามที่คุณหมอวินิจฉัย
....................น้ำตาที่ไหล จากเด็กธา ตัวเล็กๆ เป็นความทรมาณที่ได้รับ แต่จะทำอย่างไรล่ะ ในเมื่อ เราต้องการที่จะมีชีวิตรอด อยากดูโลกสวยงามใบนี้ต่อ
...................ฉันพูดอะไรไม่ออก น้ำตาที่มีไหลภายใน คุณหมอนัดฉันและน้องมาล้างธาตุเหล็ก ทุกเดือน เพื่อขจัดธาตุเหล็กที่โอเวอร์เกิน 8000 ของฉันกับน้อง
เพื่อไม่ให้ธาตุเหล็กเกาะหัวใจ
เพื่อไม่ให้ธาตุเหล็กทำให้กระดูกผุ
เพื่อให้มีชีวิตอยู่ที่ยืนยาว...
ไม่อยากโดนฉีดยาตลอด24 ชั่วโมงเพราะตอนนี้ก็ฉีดทุกวันอยู่เเล้ว
แต่ต้องมาโดนฉีดยาพิเศษ และ นอนโรงพยาบาล24 ชั่วโมง นั่นคือ 1 วัน หนึ่งคืน
โดยมียาขจัดธาตุเหล็ก ไปไหนไม่ได้ .............ความรู้สึกหดหู่ พูดไม่ออก ยิ้มไม่ได้
น้ำตาที่มีอยากจะไหลออกมา แต่ ต้องเข้มเเข็ง เพราะยังไงก็ต้อง เจ็บ และ ฉีดยาอยู่ดี
มีคำๆหนึ่งในใจ ว่า วันไหนที่จะไม่ต้องเจ็บปวดจากโรคที่เป็นอยู่
ก็รู้ว่ามีสักวันที่วิทยาการเเพทย์จะก้าวหน้า แต่วันนี้ยังทำใจไม่ได้ เคยมีกำลังใจ เคยเข้มเเข็ง มีคำปลอบใจให้ตัวเองเสมอ
แต่พอวันนี้ ท้อ หมดเเรงไปเฉยๆ ลุกไม่ขึ้น ไร้เรี่ยวเเรงจะไปไหน เกิดความรู้สึกไม่อยากไปไหน ไม่มีจิตใจทำอะไร สิ่งเดียวที่อยากทำ คือ การระบายให้ใครๆได้เข้าใจ
ว่า ไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ ไม่ได้ง่ายมากที่จะยอมรับเลย สำหรับตอนนี้
ถ้าวันหนึ่งวันไหน
ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้
ความเจ็บต้องมีวันหาย
ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู
อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)
แล้ว............เมื่อไหร่ น้ำตาที่ไหลจะมีวันจางหาย .




