เมื่อฉันเป็นไข้หวัดใหญ่2009

posted on 31 Aug 2009 18:41 by missthalassemia

ภาพพระจันทร์ยิ้มในบรรยากาศมืดครึ้มเต็มไปด้วยเมฆ
ตอนนี้คงบอกได้ถึงกำลังใจของขวัญที่ยังเข้มแข็ง
แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาขมุกขมัวเช่นนี้ก็ตาม..

ช่วงนี้ขวัญไม่ได้อัพBlogอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ
พึ่งกลับมาจากการโรงพยาบาล2วัน Y___Y
ฮือๆๆๆๆๆ ไปนอนโรงพยาบาลให้คุณหมอและพยาบาลสังเกตอาการ2คืน
สาเหตุก็มาจาก การไอไม่หยุด และเริ่มมีน้ำมูก นอกจากนี้ยังมีไข้สูงอีกด้วย
ถึงจะไม่เจ็บคอ ปวดหัว ท้องเสีย เพลีย.....แต่ก็เข้าข่าย ไข้หวัด 2009ซะแล้ว
ดังนั้น เมื่อคุณแม่พาไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดลำปางปุ๊บ
ก็เข้าเขตบริเวณที่ เค้ากันไว้ตรวจผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นหวัด2009เลยทีเดียว..
ระหว่างนั่งรอตรวจ เจ้าหน้าที่ พยาบาล หมอ ก็ใส่ผ้าปิดปากอนามัยอย่างเคร่งครัด

แน่นอนว่า
นางสาวธาลัสซีเมียอย่างขวัญ ก็ใส่ผ้าปิดปากอนามัยทุกครั้ง ไม่ว่าจะออกไปไหน ในแหล่งชุมชน
เข้า7/11 แล้วก็ล้างมือเท่ากับร้องเพลงช้าง จบ1รอบอยู่แล้ว ตั้งแต่มีโรคไข้หวัดระบาดแบบนี้
ก็ปฏิบัติแล้วก็ไม่อายที่จะใส่หน้ากากด้วย-*-


...แต่ว่านังคนไข้ที่เป็นหวัดฟุดฟิดๆ หน้าตาแดงก่ำที่มาตรวจก่อนหน้าขวัญ และญาติๆของเค้านี่จิคะ
เค้าไม่ใส่ผ้าปิดปากอนามัยค่ะ แถมไอโขลกๆอีกต่างหาก ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเลย
สงสัยไม่เคยอ่านข้อมูลว่า เวลาเราไอเราจามแต่ละทีเนี่ย เชื้อโรคและละอองน้ำลาย สารคัดหลั่งมันกระจายไปไกลถึง2เมตรเชียวนะ
คุณแม่ของขวัญก็เลยจัดการบอกให้เจ้าหน้าที่หาผ้าปิดปากให้คนนั้นใส่ซะ

เจ้าหน้าที่ก็เอาผ้าปิดปากให้ใส่ เค้ายังมองผ้าปิดปากซักครู่แล้วค่อยใส่

ไม่รู้ว่าทำไม ใส่ผ้าปิดปากมันจะตายให้ได้เหรอไง?
ส่วนขวัญ หนีไปนั่งไกลๆ ที่ๆไม่มีคนนั่งเลย

จากนั้น..Point ของธาลัสซีเมีย ที่มีคำสั่งยิงลงมาตามข่าวที่ขวัญนำมาแปะก่อนหน้าเอนทรี่นี้

ว่าให้กินยาต้านไวรัสได้เลยโดยไม่ต้องรอตรวจพบ

(http://missthalassemia.exteen.com/20090803/entry)
จึงเป็นไกด์ให้นอนโรงพยาบาล นอกจากนี้ก็เจาะเลือดตรวจ และX-Ray ปอด ตรวจปัสสาวะ
ผลปรากฏว่า ปอด ปรกติ ไม่มีปัญหา ส่วนเลือดที่เจาะไปไม่พบเชื้อไวรัส ไข้หวัด2009แต่อย่างใด

แต่หมอนิ่งนอนใจไม่ได้ค่ะ
ค่ำวันพุธที่26 สิงหาคม 2552 จึงเป็นวันนอนสังเกตุการณ์

ที่หอผู้ป่วยตึกหนึ่งของโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ก็มีคนป่วยที่มีอาการน่าสังสัยว่าจะเป็นหวัด2009

นอนรวมกันเหมือนคนไข้รวม
แต่ระยะเตียงห่าง 5 เมตร พัดลมติดผนังหันไปทางผู้ป่วย

แต่ไม่หันไปหันมา

เพราะจะเป็นการกระจายเชื้อ มีเด็ก 2-3ขวบ ป่วยเป็นหวัด มีไข้ อาเจียน 2 คน
ผู้ใหญ่ อีกหลายเตียง...เลยได้นอนดูจิตตัวเองและดูความเจ็บป่วยที่เข้ามาสู่เรา และผู้อื่น

ซึ่งให้ได้พิจารณาขันธ์ 5 ที่ไม่เที่ยง ร่างกายอันเป็นแหล่งรวมของโรค 

 ขวัญได้นอนเตียงที่ข้างติดหน้าต่าง มองออกไปเป็นทางเดินที่มีป้ายขวางทาง ซึ่งป้ายที่ขวางทางเขียนบอกว่า

"เขตติดเชื้อห้ามเข้า!"

เตียงตรงข้ามกับขวัญ เป็นเด็กชาย ม.ต้น ก็ป่วยไอโขลกๆและเติมน้ำเกลือ
ลากเสาน้ำเกลือเข้าห้องน้ำบ่อยๆ 

ส่วนเตียงข้างซ้าย ก็เป็นน้องเล็กๆ ผู้ชาย ที่มานอนโรงพยาบาล2วันแล้ว 

น้องเค้ากินยาไปนิดหน่อย ก็อาเจียนหมดเลย
แถมไข้สูงอีกด้วย แม่ของน้องเค้าต้องเช็ดตัวและทาแป้งตลอด พอน้องรู้สึกไม่สบายก็ร้องงอแง

แม่ก็จะต้องลุกขึ้นมา ป้อนนม และอุ้มพาดหลัง น้องเค้าน่าสงสารมารเพราะตาบวม เพราะร้องไห้ และฉ่ำไข้
จากนั้นคุณพยาบาลก็เอาไม้ก้านยาวที่พันสำลีมาล้วงคอ ของขวัญ เพื่อเอาเสมหะออกไปตรวจ ต้องอ้าปากกว้างๆ และพยาบาลก็เอาก้านด้านที่มีสำลีพัน มากวาดคอ ตอนโดนล้วงเสมหะออกไป

อยากอาเจียนและสำลักมาก
ในที่สุดก้านสำลีส่วนที่ติดเสมหะ 2ไม้ที่ล้วงคอของขวัญไปเมื่อครู่ ก็ถูกตัดเฉพาะ สำลี ยัดลงในหลอดใหญ่ที่คล้ายกับกระบอกเวลาใส่เลือดตรวจ แต่ใหญ่กว่า แล้วปิดฝาแนบสนิท

...อีก 2 วันผลถึงออก
ขวัญมีไข้สูง38องศา ทั้งคืน และต้องทานยาพาราฯลดไข้ 2เม็ด

นอกจากนี้ยังมียาตัวหนึ่ง นั่นคือ GPO-A-Flu Oseltamivir มันเป็นยาต้านไวรัสหวัด2009นั่นเอง-*-


Capsule สีขาวเหลือง 1เม็ดที่ทานง่ายมากๆ เอาเข้าคอลึกๆและดื่มน้ำตามเยอะๆ ยาแคปซูลที่ว่านี่ ทานง่ายกว่ายาพาราเซตามอลขององค์การเภสัชกรรมอีกค่ะ เพราะพาราเซตามอลขององค์การฯเม็ดโตมาก ขมมาก ไม่ได้เล็กๆ แบบซ่าร่า หรือไทลินอลที่ขายกัน-*-
ส่วนน้องเล็กๆที่ได้รับยาต้านไวรัสเช่นเดียวกันเตียงข้างๆ

เป็นยาน้ำสีเหลืองๆ ที่คุณพยาบาลใช้ซีลลิ่งดูดให้ได้ปริมาณยาที่กำหนดไว้แล้ว กะ น้ำเปล่าในหลอดซีลลิ่ง
แล้วถ้าน้องเล็กๆ เค้าอ็อก(สำลักยา)ออกมา

ก็จะต้องดูดยามาใส่หลอดซิลลิ่งใหม่ ให้ได้ปริมาณยาที่เท่าเดิมเพื่อต่อต้านไวรัสได้อย่างมีคุณภาพ วิธีทำให้น้องเล็กๆไม่อ็อคยาออกมา คุณแม่ของน้องต้องค่อยๆป้อนยาทีละนิดแล้วให้ดูดนมขวดไปด้วย

พอน้องลืมก็ป้อนยาใหม่
ส่วนน้องเล็กๆอีกคน ที่เท้าสวมรองเท้านุ่มอยู่1ข้าง หลังจากคุณพยาบาลและบุรุษพยาบาล 3-4คน ช่วยกันจับเท้าหาเส้นเติมน้ำเกลือกันใหญ่เพราะเส้นเลือดหายาก
พอเจาะเติมน้ำเกลือเสร็จ ก็เลยเป็นว่าสำลีและแผ่นฟองน้ำกันกระเทือนก็ถูกผ้าก๊อสยาวๆพันๆเป็นรองเท้านุ่มไปเลย -*-
แต่หลังจากน้องเค้าได้เติมน้ำเกลือ ก็หลับปุ๋ยสบายไปทั้งคืน เว้นเจ้าตัวเล็กจอมอ็อคเตียงซ้ายมือขวัญ ที่ร้องให้งอแงไม่ค่อยยอมหลับยอมนอน
บ่ายของพฤหัสบดีที่27 สิงหาคม 2552 สงสัยยาต้านไวรัสจะได้ผลค่ะ ไม่มีไข้ มีแต่น้ำมูกและไอเล็กน้อย คุณหมอสั่งย้ายไปห้องเดี่ยว เพื่อให้รอสังเกตอาการ และเพราะเป็นผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่ผ่าตัดม้ามแล้ว
จะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย จริงๆก็ไม่ควรจะได้อยู่รวมกะผู้ป่วยอื่นตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้ค่ะ ในภาวะคับขันผู้ป่วยจำนวนมาก ห้องก็เต็ม และการรักษาที่ตามราคานโยบายรัฐบาล
ก็ส่งผลให้ผู้ป่วยแบบขวัญก็ต้องรักษาแอทมิทแบบปรกติๆ แบบนี้ ต้องรอห้องว่างในตึกว่างจึงจะได้ย้ายไปพักแยก หลังจากการได้ย้ายไปพักห้องแยกโรคเดี่ยวซึ่งเป็นห้องๆหนึ่งที่อยู่ในบริเวณตึกที่เคยนอนอยู่ แต่มีแอร์และเตียง ห้องน้ำในห้อง
มีพัดลมระบายอากาศ อาการไข้ก็ลดลง  ในใจตอนนั้นคิดว่า 555 เราเป็นหวัดเก่าแน่ๆ แต่พอเช้าของอีกวัน วันศุกร์ 28สิงหาคม 2552คุณหมอที่ตรวจก็เดินเข้าบอกขวัญแบบชิลด์ๆว่า
"เป็น2009นะ เอาใบรับรองแพทย์ไปลาโรงเรียน หรือ ลางานไหม วันนี้ก็กลับไปรักษาตัวที่บ้าน ทานยาให้ครบ และใส่ หน้ากากตลอด "พอพูดจบเธอก็เดินจากไปพร้อมแฟ้ม
ไอ้เราก็เหวอไป เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นซอมบี้....เอ๊ย....ติดเชื้อ.อินเทรนด์ซะแล้ว -*- ทีเรื่องแบบนี้อ่ะไวนัก.. งี้ดๆง๊าดดๆ...ฮึกๆๆ.....
การรู้ตัวว่าเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติในชีวิต  ตอนนี้สำหรับตัวของขวัญ ขวัญได้ยอมรับ กับความเจ็บป่วย เรียกสติกลับมา และ สภาพจิตใจได้ปรับสภาพ รู้เท่าทันโรค
และดูแลรักษาตัวเอง ไม่ให้แพร่เชื้อโรคให้ผู้อื่นและ แน่นอนค่ะ ว่ามาพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้ 2 วันแล้ว ยาGPO-A-FLUก็เหลืออีก 2มื้อจะหมดค่ะ

ทราบว่าเดี๋ยวนี้คนกรุงเทพฯและทั่วไป ไม่ค่อยใส่หน้ากากป้องกันกันแล้ว...ไม่ว่าเหตุผลใดๆ

หนูขวัญขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ ปลอดเชื้อไข้หวัด2009ถ้วนหน้านะคะ

อยากให้ทุกคนรู้เท่าทันโรคไข้หวัดใหญ่2009ค่ะ

ถึงไม่มีข่าวใหญ่โต แต่เชื้อโรคก็ไม่จางหายไปกับสายลมและแสงแดด

ถึงแม้จะมียาแก้ แต่ความเจ็บป่วยที่ได้รับ ทำให้แม่แต่ยกมือถือแปรงฟันขึ้นมาแปรงฟัน

ถือช้อนตักอาหารรับประทานก็แทบไม่มีแรงแล้วล่ะค่ะ

การไอ และ การปวดหัว ปวดเนื้อตัวตลอดเวลาก็ทำให้ช่วงเวลาวูบหนึ่ง ทรมาณมากมาย กว่านอนเติมเลือดแบบทุกทีซะอีก

ช่วงนี้ หนูขวัญ ขอตัวพักผ่อน รักษาสุขภาพก่อนนะคะ ขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนมาอ่านค่ะ..

Comment

Comment:

Tweet

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#10 By (124.120.39.91) on 2010-06-04 18:39

หายเร็วนะค่ะ
เห็นมาเยี่ยมยังใจดีเขียนคอมเม้นให้

#9 By kaoko on 2010-03-22 11:09

แล้วเป็นแล้วจะมีภูมิใหม แล้วคุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่เป็นในช่วงนั้นและตอนนี้เป็นอย่างไร ตอบให้ด้วยนะ

#8 By เพื่อน (61.19.30.167) on 2010-02-05 18:40

กายป่วย แต่ใจแข็งแรง อย่างนี้ก็โล่งใจครับ big smile

#7 By djbarge on 2009-09-19 19:28

หายไว ๆ เน้อ

#6 By Highwind on 2009-09-06 19:10

หายไวไวเด้อ

#5 By ฟ้าบ่กั้น on 2009-09-01 14:35

คนที่เป็นไข้หวัดนี่ เด็กๆ น่าสงสารมากที่สุดแล้วล่ะค่ะ

รักษาตัวด้วยนะคะ

#4 By ToEi on 2009-09-01 09:15

น้องขวัญระวังตัวขนาดนี้ยังเป็นเลย
พีี่ขอให้หายป่วยไวๆนะจ๊ะ
ยิ่งฝนตกแบบนี้ด้วย ยิ่งต้องระวังสุขภาพ

#3 By MamiLuv on 2009-09-01 00:29

พักผ่อนมากๆนะคะ ขอให้หายเร็วๆค่ะ

#2 By eeddy(อี๊ด) on 2009-08-31 22:00

อย่าบอกนะคะว่าน้องขวัญติดหวัดตอนไปกรุงเทพฯ ครั้งที่แล้ว ไม่น่าเลยนะคะ

ตอนนี้เช้าๆ พี่มักเป็นภูมิแพ้ แบบว่าจาม แต่ก็ใส่ผ้าปิดปาดค่ะ ถึงไม่ได้เป็นหวัดก็ตาม เดี๋ยวลูกค้าไม่รู้ เขาจะไม่เข้าร้าน หาว่าเจ้าของร้านเป็นหวัดแล้วไม่ปิดปาก

รักษาสุขภาพดีๆ นะคะ กลับมาแข็งแรงเร็วๆ

#1 By นกจร on 2009-08-31 19:30