ตั้งแต่เด็กๆ ขวัญ ฝันแล้วจำได้แม่น เรียงลำดับเหตุการณ์ได้

แล้วก็บรรยายได้ จากนั้นก็จะเล่าให้คุณแม่ฟัง

เล่าให้คุณยายฟัง เป็นตุเป็นตะ .....

มีฝันอะไรเหนือธรรมชาติ เวอร์ๆ ก็เริ่ม จดบันทึก 

เหมือนกับ ตัวเองสร้าง โลกแห่งจินตนาการขึ้นมา ทั้งในเรื่องจริง และความฝัน ได้ทุกเวลา

ความรู้สึกเกี่ยวกับฝันของขวัญ มันช่างน่าสนใจ บางที มันก็มี กลิ่น มีรสชาติ มีความเจ็บ มีการตาย ของตัวเอง

(ในฝัน)  บางครั้ง ก็รู้ตัวว่าฝันอยู่ สั่งตัวเองให้ตื่่น ....แล้วก็ตื่่นจริงๆในโลกจริง

              บางครั้งรู้สึกตัวว่า ฝันไป สั่งตัวเองให้ตื่่น ....แล้วก็..ไม่่ตื่นอ่ะ..ยังอยู่ในฝัน แต่รู้ตัว แถมบอกกับตัวเองด้วยว่า "ฝัน นี่นา ทำไม ฉันไม่ตื่นวะ-*-"

                บางกรณีก็ รู้สึกตัวว่า ฝันไป สั่งตัวเองให้ตื่น ....สั่งตัวเองให้ตื่น ....แล้วก็ ไม่ตื่น เมื่อทำอะไรไม่ได้ ตื่นก็ไม่ได้ เลย เสกของในความฝัน มันซะเลย เอามาเล่น สร้างเมือง สร้างโลก แล้วมันก็เพลินๆ ..จากนั้น ก็ตื่่นเอง..

           

อย่างไรก็ตาม ความฝัน ก็คือ ความฝันนน แค่ฝันไป Just a dream

ในที่สุดก็ ดู  Inception จบแล้ว.... เค้าว่าต้องดู 3 รอบ ถึงเข้าใจ แล้วเพื่อจะเข้าใจหนัง ก็เลยลองสรุปตามความเข้าใจของเราเอง...

 

 

....นั่นคือ แนวคิดเรื่องฝันแบบฝรั่งที่ต้องทำความเข้าใจ

แต่สำหรับ คนไทย ในแง่ของศาสนาพุทธของเรา ในตอนที่ฝัน จิตของเราอยู่ในภวังค์ เรียกว่า "ภวังคจิต"

จิตมันก็จะรับ และ อยู่ของมันแบบนั้น ไม่มีการตาย หรือหลับตาย แต่มันจะทำให้สามารถระลึกถึง อดีต ก็ได้ อนาคตก็ได้

 

ส่วนความฝันของเรา

ใน พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต  อรรถกถาสุปินสูตร
อรรถกถา กล่าวว่า
ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ  ๔ ประการ       
๑.  กรรมนิมิต-กรรมดีหรือชั่วในอดีต จะมาให้ผล            
๒.  จิตนิวรณ์ หรือ จิตอาวรณ์-จิตไปผูกพันอยู่กับสิ่งใดมากๆ ก็อาจฝันถึงสิ่งนั้นได้           
๓.  เทพสังหรณ์-เทวดานำข่าวมาบอก อาจเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ได้           
๔.  ธาตุกำเริบ-ร่างกายไม่ปกติ อาจทำให้ฝันไปได้แปลกๆ  

  ๑. บุพพนิมิต ได้แก่ความฝันที่เกิดจากผลของกุศลกรรม หรืออกุศลกรรมที่ได้กระทำไว้ในอดีต ทั้งใน
ชาติก่อนหรือในชาตินี้และได้สะสมฝังอยู่ในใจเป็นตัวการมากระทบใจหรือ มโนทวาร ความฝันในลักษณะนี้
จึงเป็นการเตือนผู้ที่ฝันล่วงหน้าถึงเหตุร้าย หรือเหตุดีที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำที่สุด
๒. จิตอาวรณ์ ได้แก่ความฝันที่เกิดจากอำนาจของจิตที่หน่วงเอาอารมณ์ที่ตนได้เห็น ได้ยิน หรือ
ได้พบมาแล้วมาเก็บฝังผูกพันอยู่ในใจเป็นพิเศษ ความฝันในลักษณะนี้เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้
๓. เทพสังหรณ์   ได้แก่ความฝันที่เกิดจากมโนทวารของจิตของผู้ฝันในช่วงเวลาที่ได้หลุดจากภวังค์
ขึ้นสู่วิถีแล้วถูกกระทบโดยพลังงานซึ่งเป็นรูปหนึ่งของเทพโดยเฉพาะเทวดาชั้นต่ำ (จาตุมหาราขิกา
และภุมมเทวา หรือเจ้าที่เจ้าทาง) ที่มีความละเอียดมากไม่สามารถเห็นด้วยตาธรรมดาได้ ที่เรียก
ว่า “กายทิพย์” มีลักษณะเสมือนกับผู้ที่ถูกสะกดจิต
 ๔. ธาตุกำเริบ ได้แก่ความฝันที่เกิดแก่บุคคลที่มีธาตุกำเริบ เช่น ท้องไส้ไม่ปกติ   หรือธาตุภายใน
ร่างกายวิปริต การกำเริบของธาตุที่วิปริตเหล่านี้จะส่งผลกระทบกระเทือนอวัยวะและประสาทส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในร่างกาย จะทำให้จิตหลุดจากภวังค์ขึ้นสู่วิถีเพื่อเสวยอารมณ์ทันที

[http://web.rtarf.mi.th/~suriyon/suri_a10.htm ]

 

 สำหรับผู้ที่ชอบฝันร้าย หรือ หวาดกลัวความฝันที่น่าหวั่นเกรง
การสวดมนตร์จะช่วยให้จิตใจสบายและผ่องแผ้วปราศจากฝันร้ายได้
โดยเฉพาะการที่ได้สวดพระปริตก่อนนอน


ซึ่ง พระปริต แปลว่า เครื่องคุ้มครอง คือ ป้องกันอันตรายภายนอก เป็นต้นว่าโจร ยักษ์ สัตว์เดรัจฉาน และป้องกันอันตรายภายในคือโรคภัยไข้เจ็บ อำนาจของพระปริตร เกิดจาก คุณของพระรัตนตรัย การเจริญเมตตา ภาวนา
 ซึ่งเป็นพุทธานุสติภาวนา

พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้สวดพระปริตร
พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้พุทธบริษัทสวดพระปริตรเพื่อคุ้มครองตน  เช่น  ในอาฏานาฏิยสูตร  มีพระพุทธดำรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พวกเธอจงเรียนมนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร  พวกเธอจงศึกษามนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร  พวกเธอจงทรงจำมนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  มนต์คุ้มครองคืออาฏานาฏิยปริตร  ประกอบด้วยประโยชน์  ย่อมเป็นไปเพื่อคุ้มครอง  เพื่อรักษา  เพื่อความไม่เบียดเบียน  เพื่อความอยู่เป็นสุขของภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  และอุบาสิกา
[ ที. ปา. ๑๑/๒๙๕/๑๘๗]
อนึ่ง  พระพุทธองค์ตรัสไว้ในพระสูตรอื่นว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ตถาคตอนุญาตการแผ่เมตตาแก่พญางูทั้ง  ๔  ตระกูล  เพื่อคุ้มครองตน  เพื่อรักษาตน  เพื่อกระทำการป้องกันตน
[วิ. จูฬ. ๗/๒๕๑/๘, อํ. จตุกก.  ๒๑/๖๗/๘๒-๓ ]


การน้อมสวดพระปริตรธรรม คือ พุทธานุสติภาวนา ดังนั้น ควรนอบน้อมพระพุทธเจ้าและคุณของพระรัตนตรัย สวดด้วยจิตที่มีสมาธิแน่วแน่ มีเมตตาจิต สวดถูกอักษร ไม่มีบทพยัญชนะผิดพลาด และรู้ความหมายของบทสวด เชื่อมั่นในอานุภาพพระปริตร ซึ่งจะทำให้ได้รับอนิสงส์มากมายมหาศาลค่ะ

ในการนี้ ขอแนะนำ อภยปริตร ในการสวดพระปริตรให้ทุกท่านได้ลองสวดค่ะ


เริ่มต้นด้วย "มหานมักการ"

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์เจ้าพระองค์นั้น

อะระหะโต

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส

สัมมาสัมพุทธัสสะ

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง พระองค์นั้น (๓ ครั้ง)

ไตรสรณคมน์

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ.ข้าพเจ้า ขอถึง พระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง

ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ. ข้าพเจ้า ขอถึง พระธรรมเป็นที่พึ่ง

สังฆัง สรณัง คัจฉามิ. ข้าพเจ้า ขอถึง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ฯ แม้ครั้งที่สอง  ข้าพเจ้า ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ฯ แม้ครั้งที่สอง  ข้าพเจ้า ขอถึง พระธรรมเป็นที่พึ่ง
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ฯ แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้า ขอถึง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

ตะติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ฯ แม้ครั้งที่สาม  ข้าพเจ้า ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง

ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ฯ แม้ครั้งที่สาม  ข้าพเจ้า ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง

ตะติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ฯ แม้ครั้งที่สาม  ข้าพเจ้า ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

สมาทาน ศีล ๕


ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ .
 ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท ที่งดเว้นจากการฆ่าสัตว์
 
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
 ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท ที่งดเว้นจากการลักทรัพย์
 
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ .
 ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท ที่งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
 
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ .
 ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท ที่งดเว้นจากการพูดเท็จ
 
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ .
 ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท ที่งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย"อันเป็นเหตุแห่งความประมาท"

อาราธนาพระปริตร


วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา สัพพะทุกขะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง 

ขอพระสงฆ์ทั้งหลาย จงสวด  พระปริตรอันเป็นมงคล

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา สัพพะภะยะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา สัพพะโรคะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง   เพื่อป้องกันความวิบัติทั้งปวง  เพื่อยังสมบัติทั้งปวงให้สำเร็จ เพื่อให้ทุกข์ภัย โรคทั้งปวงพินาศไป
 

อภยปริตร  คือ ปริตรไม่มีภัย เป็นพระปริตรที่โบราณจารย์ประพันธ์ขึ้นโดยอ้างถึง คุณของพระรัตนตรัยมาพิทักษ์คุ้มครองให้มีความสวัสดี พระปริตบทนี้ ปรากฏในบทสวดเจ็ดตำนานและสิบสองตำนานของไทย และยังปรากฏในคัมภีร์ปริตตฏีกาที่รจนาใน พศ.๒๑๕๓


ยัง ทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ    โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท

ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง      พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ.
ขอลางร้าย ,สิ่งที่เป็นอัปมงคล , เสียงนกที่น่าหวั่นเกรง , เคราะห์ร้าย และฝันร้ายที่ไม่ต้องการ จงพินาศไปด้วย พุทธานุภาพ

 

ยัง ทุนนิมิตตัง อะวะมัง คะลัญจะ   โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท

ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง       ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ.
ขอลางร้าย ,สิ่งที่เป็นอัปมงคล , เสียงนกที่น่าหวั่นเกรง , เคราะห์ร้าย และฝันร้ายที่ไม่ต้องการ จงพินาศไปด้วย ธรรมมานุภาพ
 

ยัง ทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ    โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท

ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง      สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ.

ขอลางร้าย ,สิ่งที่เป็นอัปมงคล , เสียงนกที่น่าหวั่นเกรง , เคราะห์ร้าย และฝันร้ายที่ไม่ต้องการ จงพินาศไปด้วย สังฆานุภาพ

 

หนนี้  Blog นางสาวธาลัสซีเมีย  มีความบันเทิงเรื่องภาพยนตร์ที่ใครๆต่างกล่าวถึง และ ถกกันหนาหู รวมทั้งมีเรื่องราว สอดแทรก ธรรมมะ เพราะ ช่วงนี้ ทุกวันจันทร์ ตัวขวัญ เรียน พระอภิธรรม ค่ะ จึงอยากจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ธรรมมะง่ายๆ และการดำเนินชีวิตของเรา ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านอยู่เสมอค่ะ

 แย้มๆ อีกนิด.. ตอนนนี้ ขวัญกำลังเขียนหนังสือ นางสาวธาลัสซีเมีย เล่ม 2 ค่ะ อดใจรอนะคะ ขอบคุณค่ะ   
   

 

  

 

Comment

Comment:

Tweet

จะออกเล่มสองแล้วรือน้องหนู สู้ๆๆนะจ๊ะ

ว่าแต่เล่มแรก พี่ยังไม่มีเลยอะ



ไว้ซื้อพร้อมเล่มสองได้ป่าวอะ

#1 By ฟ้าบ่กั้น on 2010-08-29 20:52