Memory Missthalassemia in Singapore[IV]

posted on 24 Oct 2010 13:35 by missthalassemia

เปลี่ยน Theme แล้วค่ะ ไม่แสดงผล กด F5 นะคะ

บันทึกแห่งความทรงจำ

Missthalassemia MEMORY OF Singapore

* บันทึกนี้เป็นความทรงจำที่ได้เรียบเรียงไว้

ครั้งหนึ่งในชีวิตในฐานะตัวแทนผู้ป่วยธาลัสซีเมีย

ไปประชุมธาลัสซีเมียแห่งชาติสิงคโปร์ ณ ประเทศปี 2551 (2 ปีที่แ้ล้ว) *

Missthalassemia หน่วยความจำในสิงคโปร์ แรกบท
สองสาวในเมืองใหญ่ (กรุงเทพฯ) บทที่ 2
สุวรรณภูมิ -- สิงคปุระ บทที่ 3
 

 

Live ในโรงแรม 1 วันในสิงคโปร์

ต่อมารถที่เรานั่งก็ได้มาถึงโรงแรมขนาดย่อมโรงแรมหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Hotel Oxford

พอขวัญและคณะทัวร์เข้ามาก็พบว่ามีคนมาพักเยอะแยะมากเพราะทั้งคุณป้าสายพิณและพี่เอต้องต่อคิวเพื่อเช็คอิน

รอบ ๆ โรงแรมก็มีกระเป๋าเดินทางของชาวต่างประเทศและชาวสิงคโปร์มาวาง กอง ๆ เหมือนจะรอเช็คอินเข้า

และเช็คเอ้าท์   สักครู่เราก็ทราบว่าห้องพักของเรายังไม่ว่างคณะทัวร์ของพวกเรา

ด้วยความรีบเร่ง จึงมีความจำเป็นมากที่จะต้องไปร่วมประชุมคณะตัวแทนการประชุมของเราต้องการไปฟังคุณหมอพูด

จึงรีบฝากกระเป๋าไว้ที่ชั้น 1 ของโรงแรมก่อน

แล้วรีบเดินทางไปยังตึกซันเทคที่อยู่คนละที่กับโรงแรม Oxford แห่งนี้

รถแท็กซี่ถูกเรียกมาถึง 3 คัน

เพื่อรับคณะของเราที่จะไปทำภารกิจในการประชุมงานธาลัสซีเมียแห่งชาติ

เรานั่งรถคันละ 4 คนเพราะสิงคโปร์เคร่งครัดเรื่องการรับส่งผู้โดยสารแบบนี้มากโดนห้ามขึ้นเกินนี้

แต่ว่าเห็นว่าเป็นขวัญกะเพชรเป็นฝาแฝด (O__o)

เลยให้ขึ้นรถได้ 5 คน ๆ เหอ

(จริงๆเป็นพี่น้องอาศัยว่าตัวเล็ก ๆ -*- กรี้ด.....จะดีใจหรือเสียใจดีนะ)

แท็กซี่ถูกขับออกไปยังไม่ทันได้หายเหนื่อยเลยก็ถึงที่หมาย

เห็นค่าโดยสารเป็นทั้งหมด 6 เหรียญโดยประมาณ : คัน

มิเตอร์ขึ้นไวเหมือนกันพอ ๆ กะรถแท๊กซี่เลยบ้านเรา

และแล้วก็ถึงโรงแรมซันเทคซิตี้

ป้ายประชุมธาลัสซีเมียโลกที่แสนอลังการ

                                                             ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

เมื่อมาถึงขวัญก็ต้องตะลึง ๆ ตึงๆโอ้โฮ ... โรงแรมใหญ่มั่กมากมีทั้งห้างมีศูนย์อาหารทั้ง

แค่ล็อบบี้ที่ต้องลงทะเบียนเข้าประชุมก็ยาวเหยียดมีศิลปะแปลก ๆ ภายในตัวตึก

 

 

ซึ่งตอนนี้เป็นรูปเป็นสัญลักษณ์แปลก ๆ และมีแท่งแก้วกลมๆเป็นสี ๆ ใหญ่ ๆ

คล้ายน้ำตกเปลี่ยนสี ฟ้า เขียว แดง ได้

 

แน่นอนว่าจะลงทะเบียนก็ต้องต่อคิวเพื่อลงทะเบียนประชุมดังนั้นระหว่างรอลงทะเบียนเพื่อทำหน้าที่อันทรงเกียรติของพวกเราชาวคณะเดินทางธาลัสซีเมียจากประเทศไทยจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมแก่การหาพลังมาเติมเต็มกัน นั่นก็คือการหาอาหารมารับประทานเป็นมื้อเที่ยงนั่นเอง

(ฮา. .. ) โดยเฉพาะขวัญเนี่ยหิวสุดยอดเลยผะอืดผะอมตั้งแต่อยู่ในเครื่องบินและได้กลิ่นอาหาร

กาแฟหอม ๆ มา แต่ไกลก็ชวนท้องให้ร้องจ๊อกๆ (แต่ท้องก็ไม่ร้องออกมาให้ขายหน้านะคะฮิ ๆ )

พอเดินไปทางขวาของตึกซันเทค (อาจจะเดินตามกลิ่นอาหารไป) ก็เจอศูนย์อาหาร

ที่มีร้านอาหารเยอะแยะแบบคล้าย ๆ กับศูนย์อาหารบนห้างพาราก้อนของไทยอย่างไร อย่างนั้นเลย

มันคลาสสิคมากที่บริเวณร้านเหล่านั้นมีผนังที่เป็นรูปตู้หนังสือ

 แต่มีร้านขายอาหารมีเมนูมีอาหารแขวนโชว์ตั้งแต่เป็ดปักกิ่งไปถึงก๋วยเตี๋ยว

มีทั้งอาหารไทยอย่างข้าวมันไก่ -*- มีอาหารอินเดีย อาหารเวียดนาม อาหารจีน

และอาหารสิงคโปร์ เรียกว่ามี อาหารนานาชาติเลยทีเดียว

จนตัดสินใจเลือกไม่ถูกเดินวนเดินอ่านเมนูอยู่ดูความน่ากินของแต่ละร้านในที่สุดก็ดูงบในกระเป๋าด้วย

เลยลงเอย

 

ก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นเล็ก

(นึกขำตัวเองที่มีอาหารให้เลือกหลายอย่างสุดท้ายก็เอาก๋วยเตี๋ยวหมูซะได้พระเจ้าเอ๋ยช่างเสียทีเป็นนักกินอย่างขวัญเลย)

แต่ก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นเล็กใช่ทำให้ผิดหวังเพราะเป็นเส้นที่เหนียวนุ่ม

อร่อยมากเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีชื่อของสิงคโปร์คือก๋วยเตี๋ยวสิงคโปร์ที่มีชื่อเรียกว่า Laksa

(ลักซาเป็นเส้นแป้งคล้าย ๆ ก๊วยเตี้ยวเส้นเล็กกึ่ง ๆ บะหมี่ที่เรียกว่าบีฮูน (beehoon) เมื่อเอาเส้นดังกล่าวมาโรยสมุนไพรลูกชิ้นกุ้งถั่วงอกแล้วตามด้วยแกงกะทิรสเผ็ดสีลักซาเป็นอาหาร ที่เป็นที่รู้จักกันดีในสิงคโปร์)

 

ก๋วยเตี๋ยวสิงคโปร์ที่มีว่าชื่อเรียก Laksa ใสแบบน้ำ 

 

จากนั้นระหว่างที่อาหารของเรากำลังจะหายไปที่ละน้อย

พี่นิคเอาป้ายห้อยคอสีแดงที่มีสัญลักษณ์ดอกกล้วยไม้มาแจก

เป็นป้ายห้อยคอที่มีบัตรต่างๆอยู่ในซองใหญ่ข้างในนั้นมีคูปองอาหารกลางวัน คูปองเบรค

และบัตรต่างๆเกี่ยวกับยาและการประชุมที่มีขึ้น

คณะของพวกเรามาถึงห้องประชุมที่ตึกซันเทคก็เลยเวลาแจกอาหารไปแล้ว

ก็เป็นอันว่าพวกเราจึงไม่ได้ใช้คูปองและค่าอาหาร ที่ทานก็เป็น เงินส่วนตัวคนของแต่ละคน

 

         ข้างหลังของFood Center ผนังเป็นรูปชั้นวางของสวยงาม

 

เมื่อได้เวลาที่เราทุกคนจะขึ้นไปยังห้องประชุมข้างหน้าของห้องประชุม

มีการเอาคูปองและป้ายมาแลกกระเป๋าของ บริษัท โนวาติสซึ่งเค้าทำแจก

มันคือกระเป๋าสะพายหลังใบใหญ่สีดำที่มีรูปร่าง คล้ายกระเป๋าเดินทางไว้ใส่ของมีช่องและเนื้อที่สำหรับเก็บของในแบบต่างๆหลายซอกหลืบ แต่กระเป๋าสะพายค่อนข้างจะหนัก

ผู้เข้าร่วมงานประชุมได้รับแจกกระเป๋ากันถ้วนหน้า

 จากนั้นทางคณะเราก็เข้าสู่ห้องประชุมแต่ว่า

.......... ห้องประชุมที่เป็นห้องประชุมของแพทย์ที่เราจะไปฟังคุณหมอวิปรวิประกษิตพูด

มี .... . ยามนั้นคือมียามเฝ้าห้องประชุมเจ้าค่ะ

พอเราเดินไปยามที่เฝ้าหน้าตาดุมากและไม่ให้พวกเราเข้าไปในห้องประชุมแพทย์อะไรกันเนี่ย ...

เค้าทำไมไม่ให้เราเข้าประชุมด้วย

คงเป็นเพราะการลงทะเบียนเข้างาน ที่ป้ายห้อยคอ สีแดงของพวกเรา ทำให้เข้าร่วมประชุมใน ห้องA ไม่ได้ (เหมือนการจำกัดสิทธิ์ อย่างไรบอกไม่ถูก )เนื่องจากเข้าไปร่วมฟังไม่ได้ พวกเราชาวคณะที่เหลือ เลยอดเข้าไป ส่งกำลังใจ และเชียร์คุณหมอวิปร วิประกษิต ของเราเลย ฮือๆ (เสียดายมาก)

ดังนั้นเราจึงเข้าห้อง B การประชุมในช่วงบ่าย เป็นการพูดคุย และแชร์ประสบการณ์การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยธาลัสซีเมีย มีการเสวนาบนเวที ที่มีตัวแทนผู้ปกครอง และผู้ป่วยธาลัสซีเมีย

มองไปข้างหลัง ก็มีตู้กระจก ที่มีคนพูดspeaker คงมีไว้เพื่อแปลภาษาอังกฤษ เป็นภาษาจีนให้คนจีนฟัง และคงจะแปลภาษาอื่นๆด้วย เพราะเห็นชาวต่างประเทศ และชาวจีน มีหูฟังกันทุกคน

ครั้งนี้ก็ เป็นการฟังเค้า พูดคุยถึงการใช้ชีวิต ก็ไม่มีอะไรมากมาย เหมือนชีวิตปรกติ ของพวกเราชาวธาลัสซีเมีย คือเติมเลือด กินยาขจัดธาตุเหล็ก การมีภาวะกระดูกงอ พวกเค้าล้วนมีคุณภาพชีวิตที่ ต้องการให้มีการใส่ใจ จากสาธารสุข และรัฐบาล โดยเฉพาะชาวจีนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นข้างล่าง เค้าพูดภาษาจีนที่ยาวเหยียดมาก นอกจานี้คำพูดของเค้าก็ดูมีอารมณ์แฝงในน้ำเสียง แทบจะวงแตกเลย เพราะอึ้งกันทั้งฮอลล์

 

รูปก่อนจะงานเดินทางไป Night Asien

 

วันนี้ ในตอนเย็น ก็มี งานAsien Night ที่จัดขึ้นให้ สมาชิกและผู้ปกครอง ที่มาประชุม International Conference on Thalassemia มารู้จักและพบปะกัน การประชุมของวันนี้เลิก 5โมงกว่าๆ จริงๆแล้ว กะว่าจะไปแต่งตัวด้วยชุดไทย ออกมาแสดงโชว์ จึงต้องล้มเลิก เพราะกลัวไม่ทัน จึงขึ้นรถที่ตึกซันเทค ไป โรงพยาบาล KK Woman and Children’s ซึ่งเป็นที่จัดงานAsien Night

ขวัญและคณะ ชมภาพทิวทัศน์รอบๆสิงคโปร์ด้วยความสุข เพราะทัศนียภาพรอบๆ สวยงามเต็มไปด้วยต้นไม้ มีตึกและสิ่งก่อสร้างมากมาย มีเสาไฟฟ้าที่มีโคมไฟตั้งสวยงาม มีคนเดินไปมา นอกจากนั้นยังเห็นดอกไม้ พุ่มไม้ที่มีสีสันแปลกตา เห็นคอนโดต่างๆที่เรียงราย มีสนามหญ้าที่เขียวสด

 

เมื่อมาถึง โรงพยาบาล KK Woman and Children’s ก็พบกับทางเข้าที่โออ่ามาก มีตึกที่มีป้ายบอกว่า Children และมีทางให้เข้าไปข้างใน เราผ่านตึกประมาณ2-3 ตึกก็พบกับตึกที่ใช้จัดเลี้ยง  โรงพยาบาล KK Woman and Children’s แห่งนี้ ได้ทราบจากคุณป้าสายพิณ ว่า เป็นโรงพยาบาลที่สร้างขึ้น เพื่อให้ผู้หญิง คุณแม่ และเด็ก ดังนั้น จะให้การดูแลในเรื่องโรคเฉพาะของผู้หญิง และเด็ก นอกจากนั้นยังปฐมพยาบาลเด็ก และแม่ อีกด้วย มองไปรอบๆเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ และหรูหรา มีมุมต่างๆไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้สวยๆ สีชมพู โต๊ะที่วางของ มีร้านค้า ขายตุ๊กตา ของเล่น แม้แต่ร้านขายเสื้อผ้า เด็ก และเสื้อผ้าสตรี ที่ขวัญกับน้องเพชรเห็นตรงกันก็คือ ร้านที่น่าจะเป็น สตูดิโอ เพราะมีภาพเด็กน่ารักโชว์ และ มีภาพพิมพ์ที่มี รอยเท้าทารกที่ปิดทอง มีรูปอุ้งมือเล็กๆ อยู่ในกรอบสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีภาพเด็กทารกตัวแดงๆ ในภาพพิมพ์นั่นด้วย แล้วเราก็เห็นร้าน McDonaldที่ตอนนี้ ร้านMcDonald ได้ปิดเรียบร้อย จากนั้นเราก็ เดินเข้าไปในงานเลี้ยง.....

เป็นที่ฮือฮามาก เพราะคนเต็มไปหมดเลย มีเตาบุฟเฟห์ 3 เตา  แต่พอมองๆไปก็เห็นบรรดาผู้ป่วยและญาติ ต่างนั่งกับพื้นรับประทานอาหาร-*- ไม่มีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งรับประทานเลย ทุกอณูของพื้นที่เต็มไปด้วย ผู้คนที่นั่งรับประทานอาหารกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ เราทั้งคณะจึงต่อแถวหยิบจานกระดาษและแก้ว ตักอาหารทาน โดย ขวัญเพชร น้องโนอา หามุมที่ไม่มีคนนั่ง คือหลังเสาปูน วางของ แล้วนั่งทานอย่างนั้น ไม่นาน เราก็เจอ คุณหมอวิปร และท่านก็ลงมานั่งกินข้าวกับพื้น ด้วยกันกับเรา ท่านบอกว่า ห้องจัดเลี้ยงของสิงคโปร์แพงมากๆ ดังนั้นพื้นที่เพื่อทานอาหารจึงมีจำกัด แต่อย่างไรก็ดี เราก็ได้รับทาน ข้าวผัด ผัดเปรี้ยวหวาน และกุ้งชุบแป้งทอด กับพื้น ด้วยความเฮฮา แอบอดไม่ได้ที่จะ บอกคุณหมอวิปร ว่าให้มาจัดประชุมธาลัสซีเมีย ที่บ้านของเราบ้าง เมื่อทุกคนอิ่มหนำสำราญแล้ว เราก็เข้าสู่ห้องประชุมที่ใกล้ๆกับห้องรับประทานอาหารนั้น ห้องประชุมนั้นก็เหมือนกับห้องประชุมบ้านเรา มีเก้าอี้ให้นั่ง มีเวที และเริ่มมีผู้คนไปจับจองที่นั่งกันแล้ว จากนั้นไม่นาน ก็มีการเปิดงาน โดยมีการให้ ชมภาพสไลด์จากทางโรงพยาบาล ขวัญกับเพชร จึงเจออะไรบ้างอย่างว่า การเขียนชื่อโรคว่า ธาลัสซีเมีย ที่เขียน เป็น Thalasseamia จากนั้นก็มีตัวแทนของประเทศต่างๆมาพูดถึงการประชุมธาลัสซีเมียที่จัดขึ้น และคุณหมอสุทัศน์ ฟู่เจริญของพวกเราก็ขึ้นไปพูด